|
ที่นี้เป็นเรื่องที่สอง ซึ่งยังอยู่ในช่วงแรก เรื่องที่สองนี้ มีคนสร้างกรรมกับพระสงฆ์อีกเช่นกัน แล้วพระสงฆ์ก็กำลังโดนละเมิดสิทธิ์ความยุติธรรมในทางโลกอยู่ ถึงทางโลกจะตัดสินให้เสมอกัน แต่จะมีอยู่กฎหนึ่ง ที่เที่ยงธรรมและยุติธรรมสำหรับผู้ที่เรียกร้องทุกๆคน นั่นคือกฎแห่งกรรม ในส่วนนี้อาตมาไม่อยากให้เกิดกับคู่กรณีเค้าเลย แต่มันคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเค้าได้สร้างเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2551 เวลาประมาณ 13.30 น. รถตู้ที่อาตมานั่งมาพร้อมกับพระสงฆ์อีก 2 รูป โดนปาดหน้าประสบอุบัติเหตุจนตกที่ร่องกลางถนน แต่คู่กรณีใช้ความเป็นคนในพื้นที่ และตำแหน่งที่พอมีหน้าตา ทำให้กลายเป็น ความประมาทร่วม ซึ่งในรูปคดีแล้วเค้าเป็นผู้ประมาทแท้ๆ ในครั้งแรกเค้าอ้างว่า รถเก๋งคันข้างหน้าเบรคกระทันหัน แล้วเค้าขับตามมาข้างหลัง เบรคแล้วเอาไม่อยู่ รถเสียหลัก เบี่ยงออกมาเลนส์ขวา แล้วโดนรถตู้ชนเข้า คืออย่างนี้ ทั้งคู่เค้าอยู่เลนส์ซ้าย แต่รถตู้วิ่งอยู่เลนส์ขวา แต่สิ่งที่อาตมาเห็นด้วยกันคือเค้าไม่ได้เสียหลัก แต่เข้าหักหลบรถเก๋งคันนั้นออกมาเลนส์ขวา ต่างหาก ซึ่งท้ายสุด เค้าซักไปซักมาก็ยอมรับว่า กลัวจะชนรถเก๋งจึงหักหลบ อาตมายังอัดเสียงเก็บไว้ในโทรศัพท์เลย เค้าพูดจากลับไปกลับมา
ลักษณะที่รถตู้ชนกระบะ คือ ไฟหน้าซ้ายรถตู้ ชนตรงกระบะหลังตรงล้อหลัง ข้างขวา ถามว่ากรณีนี้ใครเป็นฝ่ายผิด ลักษณะการขับคือห่างกันไม่กี่เมตร เกือบจะตีคู่กันมาเลยก็ว่าได้ แล้วเค้าหักมา รถตู้พยายามเบรคแล้ว แต่เบรคยังไงก็ไม่ทันแล้ว จึงพากันลงไปอยู่คร่อมคู ถ้าใครเข้าไปดูในเว็บไซต์ได้นะ จะมีรูปภาพประกอบด้วย แล้วมีแต่คนด่าคู่กรณี ซึ่งอาตมาไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนั้นเลย เพราะด่ากันก็ไม่มีประโยชน์ รถที่พังไปก็ไม่สามารถเด่งคืนกลับมาสวยเหมือนเดิม ในระหว่างนั้นก็คุยกันอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง คู่กรณียืนยันว่าเป็นเหตุสุดวิสัย อาตมาเป็นพระก็ได้แต่ยืนอ้าปากหวอ เถียงเค้าไม่เป็น จะไปยืนโวยวายมากไม่ได้ เสียจริต แต่ท้ายสุดเค้าก็ยอมรับว่าเค้าผิด และยินดีจ่ายให้ 5000 บาท โยมเอ๋ย อาตมาฟังแล้วอยากจะเป็นลมกันเป็นแถบๆ เอาไปซื้อไฟหน้ายังไม่ได้เลย
จะไม่ให้ยอมรับผิดได้อย่างไร อาตมาจะสอนเอาไว้นะว่า อย่าว่าอาตมาเป็นพระจะสอนขับรถได้อย่างไร คุณโยมก่อนจะมาเป็นพระอาตมาขับรถมาแปดปีนะ ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย ขนาดทางไกลหลับในตลอด เก่งขนาดไหน ฉะนั้นการขับรถ ต้องระวังตัวอยู่เสมอ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ กรณีที่ตามตูดเค้าจนเบรคไม่ทัน คุณก็ขับรถประมาทแล้ว เค้าถึงปรับคนที่ชนท้ายไง เพราะประมาท เพราะไม่เว้นระยะห่าง แล้วการที่ตัดสินใจหักขวาเอาอะไรคิด ต้องนึกเสมอว่าเราไม่ได้ขับรถบนถนนหน้าบ้านนะ แล้วเลนส์ขวา รถมาเร็วอยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วงเลย เมื่อคิดจะหักขวา ก็ต้องพร้อมรับสำหรับการชน
1. ถ้าคนที่อยู่เลนส์ขวาเป็นรถมอเตอร์ไซค์ เค้าอาจจะตายได้ 2. ถ้าเป็นรถเก๋ง กระบะ ปิคอัพ ก็จะเป็นเหตุการณ์คล้ายกัน 3. แต่ถ้าเป็นรถสิบล้อ รถบรรทุก รถบัส เท่ากับว่าโยมไม่ตายหรอ คงไม่รอดมาเถียงคอเป็นเอ็นอย่างนี้หรอก
ถ้าเกิดกรณีนี้กับใครก็ตาม ทางที่ดี ควรยอมรับความผิดที่ก่อไว้คือ ประมาทขับรถกระชั้นชิดจนเบรคไม่อยู่ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้หักซ้ายลงทุ่งนาไปเลยจะปลอดภัยกว่า อย่าเห็นแก่ตัวอย่าเอาแต่จะรอดฝ่ายเดียว แล้วลำบากคนอื่น สร้างกรรมให้คนอื่น ฝ่ายคุณโยมผู้หญิงก็เหมือนกัน "อย่าไปยอมนะ ยืนยันคำเดิม 5000" อาตมาแอบได้ยินแล้วตายๆๆ กับพระกับเจ้ายังโดนแบบนี้เลย แล้วถ้าเป็นโยมด้วยกันไม่ต้องตบกันแย่หรอเนี่ย
พวกเธอกำลังสร้างกรรมให้กับพระนะ โดยปัดความรับผิดชอบให้เราที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ โดนลูกหลงเพราะการตัดสินใจของโยมเนี่ย มันยุติธรรมแล้วหรอ |
จนล่าสุดเค้าจ่ายค่าซ่อมให้ 7,000บาท จากการประเมินค่าซ่อมแล้ว 45,000 บาท แล้วพระจะหาเงินที่ไหนได้ล่ะ ก็เป็นสิ่งที่พระสงฆ์ก็ต้องขอทานเค้าต่อไป อาตมาเองก็คงจะต้องขายบริการช่วยด้วย ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ว่างั้น เดี๋ยวก่อน! ขายบริการในที่นี้คือบริการต่างๆที่มีอยู่ในเว็บไซต์ เช่นทำเว็บไซต์ให้กับองค์กร ธุรกิจ หรืออะไรก็แล้วแต่นะ อย่าคิดมากล่ะ ถ้าองค์กรให้สนใจติดต่อมาได้ สวยงามหรูหรา อลังการสมฐานะ เหมือนกับวัดอีสานดอทคอมนั่นแหละ
จากกรณีที่อาตมายกตัวอย่างไปนี้ ผลยังไม่เกิดขึ้นในโลกนี้ แต่มันต้องเกิดขึ้นในโลกหน้าอย่างแน่นอน หลีกเลี่ยงได้ยาก หากใครเคยดูรายการของโยมกพล ทองพลับ รายการอะไรอาตมาจำได้คร่าวๆว่า เกิดแต่กรรม ในช่วงนั้นแขกรับเชิญเป็น โยมเทพโพธิ์งาม ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี และแม่ชีทศพร เป็นผู้แถลงไขเรื่องราวออกมาเป็นภาพให้เห็นกัน ได้อย่างนี้ เมื่อครั้งอดีต เทพโพธิ์งามเคยบวชเป็นพระ อยู่ในพระพุทธศาสนานี่แหละ แต่ได้เที่ยวติเตียนพระสงฆ์ถึงการกระทำกิจต่างๆ เช่น เห็นพระสงฆ์ดูหมอให้ชาวบ้าน ก็ว่าพระสงฆ์ คิดจะนอกลู่นอกทางหรอ พระสงฆ์ก็ตอบว่าเปล่า แต่เป็นการผ่อนคลายความกังวลให้โยมเค้าต่างหากเล่า แล้วเทพโพธิ์งามก็ไปกวาดลานวัด แล้วก็เห็นพระสงฆ์ในวัดเดินไปเดินมาไม่ยอมช่วยก็ว่าเข้าให้ ซึ่งพระรูปนั้นต้องรีบไปทำธุระอย่างอื่นต่ออีก แล้วคราวนี้ก็เจอผู้หญิงมาหาเจ้าอาวาสในเวลาค่ำคืน ก็ว่าท่านเจ้าอาวาสอีก ว่าไม่สมควรติเตียนต่างๆ ทั้งๆที่นั่นคือน้องสาวของเจ้าอาวาส ฯลฯ แล้วกรรมที่ว่ากล่าวติเตียนเหล่านั้น ส่งผลมาจนถึงชาติปัจจุบัน คือเทพโพธิ์งามยังติดนิสัยติเตียนพระสงฆ์อยู่เหมือนเดิม และเมื่อแม่ชีท่านชี้แจงจึงยอมรับว่าเป็นจริงๆ ซึ่งก็ได้แนะนำวิธีแก้ไขกันในชาตินี้แล้วคือต้องทำบุญให้มากๆ ส่วนกรรมที่ก่อไว้มีผลให้ทำกินไม่ขึ้น สังเกต ได้ว่า เทพโพธิ์งามนั้น ประกอบธุรกิจอะไรก็ตาม จะเจ้งตลอดไม่เคยสำเร็จเลย ซึ่งนั้นคือกรรมนั่นเอง ทีนี้อาตมาต้องขอขอบคุณเจ้าของประวัติไว้ด้วย ที่ต้องยกตัวอย่าง เพราะตัวอย่างของโยมพิสูจน์ได้ด้วยสายคนทั้งประเทศมาแล้วนั่นเอง
ก่อนจากกัน
"ความโกรธ ความอยาก ความอิจฉา ความรู้จี๊ดๆๆ ที่หัวใจ อาการร้อนวูบวาบที่ใบหน้า เวลาเราโดนอารมณ์นั้นๆ มากระทบ ให้เราพยายามศึกษา และจำอาการ ความรู้สึกนั้นๆ เอาไว้ให้ได้ เราจะรู้จักมันได้อย่างดี เพราะสิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่เราต้องเจออยู่ทุกวัน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความรู้สึกเหล่านั้น พระพุทธเจ้าเปรียบเสมือนห้วงน้ำใหญ่ ที่หลายคนข้ามผ่านได้ยาก เพราะเราหวังเพียงแต่จะข้ามห้วงน้ำนั้นท่าเดียว มันจึงมีแต่จม แต่หากเราเข้าใจอารมณ์ และรู้จักอารมณ์อย่างดีแล้ว จะรู้ว่า ขอเพียงให้ลอยอยู่เหนือคลื่นน้ำนั้น เราก็จะไม่จม และซักวันก็จะถึงฝั่งได้เอง
ถ้าอาตมาจะพูดอยู่เสมอว่า ถ้าจะอวยพรขอให้โยมอายุยืนยาว แต่ถ้าโยมยังกินอาหารแบบเดิมๆ ยังสูบบุหรี่ ยังกินเหล้า ก็ยังคงตายเร็วอยู่ ถ้าจะอวยพรว่าขอให้มีการงานดีๆ มีเงินเยอะๆ ร่ำรวยๆ แต่โยมก็ยังคงเป็นคนขี้เกียจ ไม่คิดช่วยตัวเอง ไม่ขวนขวายความรู้ใส่ตัว ไม่เป็นคนซื่อสัตย์ ไม่ประหยัด ใช้จ่ายไม่เป็น โยมก็ยังคงจะต้องจนอยู่ ถ้าจะอวยพรว่า ขอให้มีคนรักใคร่เอ็นดู ไปไหนคนก็รักและเมตตา แต่โยมยังเป็นคนที่ไม่เคยรักคนอื่นเลย และเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ ใครที่ไหนจะรักโยมจิงป่ะ ถ้าจะอวยพรว่า ขอให้โยมได้พบพระนิพพาน มันยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เพราะโยมยังไม่พบหลักไม่พบที่พึ่งทางใจเลย ยังไม่รู้จักปรับวิธีคิดในทางที่ถูก ยังไม่รู้จักการสร้างเหตุที่ดี แล้วมันจะได้ผลที่ดีอย่างหวังได้อย่างไร หวังสูงไปแล้ว ฉะนั้น ฟังใส่จิตใจไว้เลย พระพุทธเจ้าสอนเราให้รู้จักการกราบไม่ใช่กราบพระอิฐพระปูน หรือทองเหลืองทองแดง แต่เป็นการกราบตัวเธอเองนั่นแหละ เพราะเหตุว่า พระพุทธเจ้า พระเช่าบูชาองค์ละ20ล้าน พระสงฆ์ หรือเทวดาหน้าไหน ก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้ ตาสว่างได้แล้ว God helps those who help themselves ตนนั้นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน ok. |